2020 Yamaha TT-R125LE หรือนี่จะเป็นพื้นฐานของรถวิบากพิกัด150 สำหรับตลาดอาเซี่ยน ที่ร่ำลือกันบนโลกโซเชี่ยล......

การแชร์ชิ้นส่วนระหว่างโรงงานในแต่ละประเทศหรือจากรถแต่ละรุ่น นำมาซึ่งตัวเลือกของการผลิตรถเซ็กเม้นท์ใหม่ๆให้เหมาะสมกับแต่ละภูมิภาคแต่ละประเทศ เช่นรถในกลุ่มสปอร์ตอย่างที่ยุโรป จะเริ่มต้นด้วย R125 ถือว่าในอาเซี่ยนเรานั้น เริ่มต้นที่ R150 ซึ่งต่างก็เป็นรถในตระกูล R-Series ในขนาดเล็กที่มีพื้นฐานเดียวกัน เช่นเดียวกับข่าวคราวบนโลกโซเชี่ยลที่มีมาเป็นระยะเกี่ยวกับการเปิดตลาดรถออฟโรดขนาดเล็กในอาเซี่ยน รวมทั้งในประเทศไทยเอง ที่มีการนำเสนอภาพข่าวหลุดของ WR155 มาเป็นช่วงๆ ซึ่งกอง บก.จักรยานยนต์เวิลด์เราก็ได้ลองมองไปทางยุโรปและอเมริกาก็พบว่ามีตัวเลือกหนึ่ง ตัวเลือกที่ครอบคลุมความต้องการของผู้ขับขี่หน้าใหม่ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบและอิสระในการขับขี่ไปบนเส้นทางวิบาก ด้วยความมั่นใจที่ได้จากรถที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่จะค้นหาความท้าทายในสไตล์ออฟโรด ด้วยรถในซีรี่ส์ TT-R ที่คำนึงถึงนักขี่หน้าใหม่ ที่คิดจะเปิดประสบการณ์ในแบบออฟโรด ในกอง บก.จักรยานยนต์เวิร์ลด์เลยคาดว่า “นี่แหละ” น่าจะเป็นสเปคพื้นฐานที่เหมาะจะนำมาอัพเกรดเพิ่มขนาดเป็น 150 หรือ 155 ซีซี ตามที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันต่อเนื่องถึงรถออฟโรดขนาดเล็กในระดับเริ่มต้น แม้ข่าวว่าจะเป็นรหัส WR ที่มีชาติตระกูลไปทางด้านเอ็นดูโร่พันธ์แท้ แต่เราก็เชื่อว่าพื้นฐานก็ไม่น่าจะหนีจากนี้เท่าใดนัก เนื่องด้วย รถในรหัส TT-R นั้น มีผลิตจำหน่ายอยู่แล้วในยุโรปและอเมริกา ดังนั้น อาจจะเป็นไปได้กับการ แชร์ชิ้นส่วนหรือการแชร์โมลสำหรับผลิตชิ้นส่วน เพื่อนำมาต่อยอดขยายฐานสำหรับตลาดอาเซี่ยนหรือตลาดในไทย  เอาเป็นว่าจักรยานยนต์เวิร์ลด์ถือโอกาสนำเสนอข้อมูลของเจ้า TT-R125LE กันซะเลย

ด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา มีสตาร์ทไฟฟ้า มีการส่งกำลังที่นุ่มนวล และสามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งที่กล่าวมานี้คือคุณสมบัติที่หาได้ใน TT-R125LE ที่พร้อมสำหรับเป็นการเริ่มต้นเส้นทางวิบากของนักขี่หน้าใหม่ ด้วยพื้นฐานเครื่องยนต์สี่จังหวะสูบเดียว ขนาด 124 ซีซี SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ให้กำลังและแรงบิดสูงสุดสำหรับการขับขี่ของนักขี่ที่กำลังเริ่มต้นสู่เส้นทางวิบาก ด้วยการส่งพละกำลังของเครื่องยนต์ที่มีความเป็นมิตรกับผู้ขี่มากที่สุด อีกทั้งยังให้ย่านกำลังในการขับขี่ที่กว้างเหมาะกับการขับขี่ที่หลากหลาย ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นออกแบบฝาสูบมาเป็นแบบ 2valve cylinder head หรือฝาสูบแบบสองวาล์ว ที่เอื้อให้มีการปรับแต่ง Rocker Arms ได้โดยง่าย อีกทั้งยังช่วยให้มีระยะการใช้งานวาล์วได้ยาวนาน คือ จะมีชั่วโมงการใช้งานนานถึง 150 ชั่วโมง ต่อการปรับตั้งวาล์วแต่ละครั้ง เช่นเดียวกับชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์อื่นๆได้ออกแบบให้ลดการซ่อมบำรุงให้น้อยลง รวมทั้งลดเสียงกลไกการทำงานภายในเครื่องยนต์ให้มีเสียงที่เบาลง รวมถึงการออกแบบสมดุลการเคลื่อนที่ขององค์ประกอบต่างๆอย่าง Engine Counter Balancer ให้มีการสั่นที่น้อยลง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขึ่รู้สึกถึงความสบายในการขับขี่ยิ่งขึ้น  ขณะที่การจ่ายเชื้อเพลิงนั้น ได้ติดตั้งคาร์บูเรเตอร์ Mikuni VM20 ที่ให้ความแม่นยำในการจ่ายเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับการจุดระเบิดในแต่ละรอบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยที่ระบบจุดระเบิดแบบ CDI หรือ Capacitor Discharge Ignition sytem นั้นออกแบบมาแบบ Maintenance Free  อีกทั้งให้การจุดระเบิดที่รุนแรงเพียงพอที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็วและให้สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ดีในทุกๆรอบการทำงาน ส่วนการส่งถ่ายกำลังนั้นจะใช้ชุดเกียร์ 5 สปีด แบบแมนนวลคลัทซ์ที่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ในการเซอร์วิสส่วนของกรองอากาศได้รับการออกแบบให้ทำได้สะดวกด้วยแนวคิด Easy-Acces , Tool Free ที่สามารถถอดกรองอากาศออกมาทำความสะอาดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
















ด้วยความแข็งแกร่งของโครงสร้างแชสซีส์ที่มาพร้อมกับพื้นฐานเฟรมแบบ Diamond-type steel frame ที่ออกแบบมาให้มีค่าวีลเบสอยู่ที่ 1,270 มม.ที่มีส่วนช่วยให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว กับการควบคุมการขี่ในสไตล์ออฟโรด โดยที่ระบบกันสะเทือนนั้นในส่วนของฟอร์คหน้า นั้นเป็น Showa Front Fork ขนาด 31 มม.ที่มีระยะยุบตัว 180 มม.สามารถปรับตำแหน่งค่า Preload ได้ 4 ตำแหน่ง ตามความเหมาะสมกับน้ำหนักตัวผู้ขับขี่ ขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังนั้น เป็นแบบ Fully Adjustable Monocross ที่ทำงานร่วมกันระหว่างกระเดื่องกับโช้คอัพ Link-Type Single Shock  ที่มีระยะยุบตัว 168 มม.ที่สามารถปรับ spring preload ในส่วนของ Rebound ได้ 20 ระดับ และปรับค่า Compression Damping ได้ 12 ระดับ

อีกทั้งสะดวกสบายด้วยการสตาร์ทไฟฟ้า ที่มีปุ่มสตาร์ทติดตั้งมาเป็นมาตรฐานติดรถจากโรงงาน โดยยังคงมีคันสตาร์ทแบบแมนนวลควบคู่มาให้ด้วย ขณะที่ระบบเบรกนั้นในส่วนของเบรกหน้า ใช้ดิสก์เบรกขนาด 220 มม.ที่ทำงานกับคาลิเปอร์แบบ Twin Piston Caliper ส่วนเบรกหลังนั้นเป็นแบบดรัมเบรก สำหรับถังเชื้อเพลิงเป็นถังแบบ Plastic Resin Fuel Tank ขนาดความจุ 6 ลิตร ที่เพียงพอสำหรับใช้ในการขับขี่ได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งาน ขณะที่วงล้อหน้าเป็นลงล้อขนาด 19 นิ้ว กับวงล้อหลังขนาด 16 นิ้ว  ซึ่งข้อมูลของสเปครถ TT-R125LE มีรายละเอียดดังนี้
Engine : 4-stroke, air-cooled, SOHC, 2-valve, single
Displacement : 124 cc
Bore x Stroke : 54 x 54mm
Compression Ratio : 10:1
Maximum Torque : 1kg-m (7.3 ft-lb)@ 6,500 rpm
Fuel Delivery : Mikuni VM20
Ignition / Starting : CDI / Electric & kick
Transmission : Constant mesh, 5-speed
Final Drive : Chain
Suspension (Front) : Adjustable 31mm fork / 180mm (7.1″) wheel travel
Suspension (Rear) : Adjustable link-type Monocross / 168mm (6.6″) wheel travel
Brakes (Front) : 220mm disc / twin piston caliper
Brakes (Rear) : Drum
Tires (Front) : 70/100-19
Tires (Rear) : 90/100-16
Length :  1,900 mm (74.8″)
Width : 795 mm (31.3″)
Height : 1,085 mm (42.7″)
Wheelbase : 1,270 mm (50″)
Ground Clearance : 295 mm (11.6″)
Seat Height : 805 mm (31.7″)
Fuel Capacity : 6 litres (1.3 imp. gallons)
Wet Weight : 90kg (198 lb)

















UIP : 1,042 | Page View : 1,288